วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ


พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ  เป็นพระธาตุเจดีย์แบบทวาราวดีศรีวิชัย ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณวัดพุทธาธิวาส เป็นพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ และสวยงามที่สุดในภาคใต้





ที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

       ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศตั้งอยู่ที่วัดพุทธาธิวาส ถนนรัตนกิจ ในตัวเมืองเบตง โดยตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีขนาดความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร หรือขนาดความสูงเทียบเท่าตึก 13 ชั้น เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ โดยในองค์มหาธาตุเจีดย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฎีกา นายสวัสดิ์ โชติพานิช เพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา จากเจดีย์สามารถมองเห็นทัศนียภาพของวัดและเมืองเบตงอีกมุมหนึ่งได้อย่างสวยงามชายแดนที่ 445 ถนนสุขยางค์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 


พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ ซึ่งมีความหมายว่าพระพุทธเจ้าทรงประกาศธรรม และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ นายสวัสดิ์ โชติพานิช และคณะหล่อพระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ขนาดเท่าพระองค์จริง โดยจำลองจากพระพุทธรูปฉลองพระองค์ที่ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนซุ้มพระพุทธในพระมหาธาตุเจดีย์ทั้งสี่ทิศ พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง



อำเภอเบตง  เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย และที่สำคัญคือ เป็นแหล่งชมความงามของทะเลหมอกที่ได้ชื่อว่า "สวยที่สุดในภาคใต้"



อำเภอเบตง ถือเป็นอีกหนึ่งอำเภอในจังหวัดยะลา ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอยู่จำนวนหลายแห่ง แต่ที่กำลังได้รับความในใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในขณะนี้ก๋คงเป็น "ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง" หรือ "ทะเลหมอกเขาไมโครเวฟ" สุดยอดทะเลหมอกที่สวยที่สุดในภาคใต้ อยู่ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ หมรือ ยอดเขากุนุงซิลิปัต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องและเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ของทีโอที อยู่ในเขตตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา




อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์


อุโมงค์ลอดเขายาว 273 เมตร หนึ่งในจุดสนใจประจำเมืองชายแดนใต้






อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ 


ตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ตัดกับถนนภักดีดำรง เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย


บ่อน้ำร้อนเบตง


บ่อน้ำร้อนเบตง ได้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งของเบตงที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดินใน หมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ ก่อนถึงอำเภอเบตง 5 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 410 มีทางแยกขวาไปอีก 8 กิโลเมตร ตรงจุดบริเวณที่น้ำเดือดสามารถต้มไข่สุกภายใน 7 นาที มีบริการห้องอาบน้ำแร่ ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยและรักษาโรค ผิวหนัง


บ่อน้ำพุร้อน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นับว่าเป็นปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์ของเบตงที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดินในหมู่บ้านจาเราะปะไต ตำบลตาเนาะแมเราะ ซึ่งตรงจุดบริเวณที่น้ำเดือด สามารถต้มไข่สุกได้ภายใน 7 นาที และเชื่อกันว่าน้ำร้อนจากบ่อน้ำร้อน สามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยและรักษาโรคบางชนิดได้









สวนดอกไม้เมืองเบตง




สวนไม้ดอกเมืองหนาว สวนหมื่นบุปผา เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านปิยะมิตร 2 เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 




สวนไม้ดอกเมืองหนาว  อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
จากภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้เมืองเบตงมีศักยภาพในการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขาบริเวณหมู่บ้านปิยะมิตร 2 ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้ที่เคยเข้าร่วมพัฒนาชาติไทย เมื่อครั้งในอดีต ปัจจุบันชาวหมู่บ้านปิยะมิตรได้เข้าร่วมโครงการปลูกดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ความสวยงามของดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวเย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมและสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่มีอุณภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้

มัสยิดกลางอําเภอเบตง

มัสยิดกลางอําเภอเบตง


อิหม่ามหะยีหะมะ ดาเดะ เก็บรวบรวมเงินจากชาวมลายู เป็นทุนดำเนินการก่อสร้าง โดยใช้รูปแบบของมัสยิดในประเทศมาเลเซียมาเป็นแบบในการสร้าง จนก่อตั้งเป็นมัสยิดกลางอันงดงาม


มัสยิดกลางอำเภอเบตง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล อำเภอเบตง เดิมมัสยิดกลางสร้างด้วยเสาไม้กลม 6 ต้น ใบจาก 6 ลายา ( ตับ ) โต๊ะอีหม่ามคนแรกชื่อ บือดีกา การีม เดิมเป็นคนจังหวัดปัตตานีมาสอนมวยซีละ ต่อมาก็ถึงแก่กรรมแล้วย้ายมัสยิดมายังหมู่บ้านกำปงบือตง ปัจจุบันหมู่บ้านเรียกว่ากำปงตือเย๊าะ โตะอีหม่ามชื่อ ฮัจยีวากือจิ ต่อมาย้ายไปตั้งที่หมู่บ้านกำปงยูรอ ฮัจยี ดาราโอ๊ะเป็นอีหม่าม และฮัจยีดารัง ฮัจดือเร๊ะตามลำดับ แล้วต่อมาย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบัน